Menu

ตรัง,เที่ยวตรัง

ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หาดปากเมง

หลายคนเคยเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนในจังหวัดตรัง หาดปากเมงเป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมมากทั้งคนตรังและนักเที่ยวจากต่างจังหวัด แม้แต่ชาวต...

22/4/61

สุสานพระยาลิบง

Libong Stories เล่าเรื่องอดีต เพื่อมองปัจจุบัน

เมื่อขึ้นจากท่าเทียบเรือบ้านพร้าวหรือหมู่บ้านโคกสะท้อน ท่านจะพบเจอสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งตั้งอยู่ด้านขวาของถนน เส้นทางจากท่าเรือบ้านพร้าวไปยังบ้านบาตูปูเต๊ะ มีร่องรอยกุโบร์(สุสาน)โบราณตั้งอยู่อย่างเรียบง่าย ไม่มีการสร้างเป็นศาลาบูชา เนื่องจากตามหลักคำสอนของศาสนาอิสลามห้ามการต่อเติมเพิ่มแต่งสุสาน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนบูชากราบไหว้สิ่งอืนใดนอกจากพระเจ้าองค์เดียว

ณ สุสานเก่าแห่งนี้ ชาวบ้านในพื้นที่เชื่อกันว่าเป็นสุสานของบุคคลสำคัญท่านหนึ่งของเกาะลิบง นั่นคือ โต๊ฮาวา หรือโต๊ะปังกาหวา ซึ่งตั้งอยู่ในสวนยาง สภาพเป็นเนินดินเตี้ยๆ กว้างยาวประมาณ 1x3 เมตร มีเสาหลักไม่เคี่ยมปักหัวท้าย ใกล้เนินดินมีต้นกระท้อนต้นใหญ่ หลุมศพดังกล่าวมีอายุประมาณกว่าหนึ่งร้อยปี และใกล้กันนั้นมีร่องรอยแนวคูคลองอยู่เช่นกัน

นักโบราณคดีไม่ได้ขุดค้นขึ้นมาวิจัยเพราะเป็นความต้องการของคนในชุมชนที่ไม่อยากลบหลู่บรรพบุรุษและถือตามข้อห้ามของหลักการศาสนา แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนแต่ก็เป็นเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า หลุ่มฝังศพเก่าแก่นี้คือ สุสานของเจ้าพระยาลิบง ผู้ดูแลและปกครองเกาะเมืองเก่าแห่งนี้ในอดีต

เที่ยวตรัง

กำแพงเมืองเก่า ป้อมปราการ ค่ายหลักเมือง

เกาะลิบงเคยมีซากกำแพงเมืองเก่า เป็นเสาไม้เคี่ยมขนาดใหญ่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองบ้านพร้าว ด้านทิศเหนือของเกาะยังพอพบเห็นเสาไม้เคี่ยมโผล่เป็นแนว ส่วนด้านฝั่งตะวันตกของเกาะกล่าวกันว่าเคยมีผู้พบเห็นซากเสาแนวรั้วไม้เคี่ยมเช่นกัน แต่ปัจจุบันถูกทรายกลบทับไปหมดแล้ว

ความเป็นมาของกำแพงเมืองเก่า กล่าวกันว่าสร้างขึ้นในสมัย ปะแงรัน หลวงฤทธิ์สงคราม ราว พ.ศ.2352 พระเจ้าปดุงให้อะเติงวุ่น กับ แยค่อง ยกทัพพม่ามาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ ตั้งแต่ ชุมพร ไชยา และถลาง ในครั้งนั้น เกาะลิบงเป็นที่ชุมนุมทัพเรือ ที่มาจากหัวเมืองปักษ์ใต้ และมลายู ได้แก่ เคดาห์ สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง สตูล และปัตตานี กองทัพเหล่านี้ ได้ร่วมกันสร้างป้อมปราการ และเสาหลักค่ายที่เกาะลิบง ก่อนที่จะยกทัพไปร่วมรบศึกถลาง

เรื่องเล่า ตำนาน ประวัติศาสตร์ ของเกาะตะลิบง หากไม่เขียนบันทึกไว้ก็คงหายไปตามกาลเวลา แม้ในปัจจุบันร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้จะจางหายไป แต่ในความทรงจำจากเรื่องเล่ารุ่นสู่รุ่นก็ยังคงมีความหมายให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเกาะแห่งนี้ได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆที่ถูกเรียกขานกันในเกาะ และบางที่ก็เป็นที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในเกาะลิบงเช่นกัน เที่ยวเกาะลิบง จังหวัดตรัง


ตำนานเกาะลิบง
แหลมทุ่งหัวคน ปากคลองบ้านพร้าวฝั่งซ้ายมือ

ตรงแหลมชายหาดปากคลองบ้านพร้าว ชาวบ้านเชื่อกันว่าน่าจะเคยเป็นแดนประหารนักโทษ เนื่องจากเคยพบหัวกะโหลกมนุษย์มากมายในบริเวณนี้ รวมทั้งเคยพบถ้วยชามเก่าแก่จำนวนมากใต้พื้นทรายบนชายหาดแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกขานกันว่าเป็นที่สีนหัวคนหรือทุ่งหัวคน ซึ่งถูกเล่าขานสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

Libong,Thailand
แหลมปากคลองท่าเรือบ้านพร้าวฝั่งขวา ในอดีตเคยเป็นโรงงานหลุมถ่าน ปัจจุบันมีรีสอร์ทให้นักท่องเที่ยวพักผ่อน

20/4/61

แหลมปันหยัง

Libong Stories เล่าเรื่องอดีตเพื่อมองปัจจุบัน

เกาะลิบง,เที่ยวตรัง

เกาะลิบงมีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย จากสภาพพื้นที่ วิถีชีวิต และความเป็นชุมชนที่ขยายตัวมาจากเชื้อสายมลายู แขกชาวเล และมลายูชวา ซึ่งแต่เดิมประชากรส่วนใหญ่ในเกาะจะสืบเชื้อสายมาจากชาวมลายูเคดาร์ และชาวมลายูชวาจากอินโดนีเซีย จากที่เคยเป็นเมืองเก่าปกครองตนเอง เคยมีวิถีชีวิตแบบชาวเลที่มีชื่อเสียงเรื่องการต่อเรือ การเดินเรือ ถึงปัจจุบันเรื่องราวในอดีตของชุมชนแห่งนี้ก็ยังคงมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นไม่ขาดสาย เกาะลิบงจึงเป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ซึ่งเรายังคงสืบค้นและเรียนรู้ถึงความสำคัญของอดีตบนการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคใหม่ที่สับสนนี้ต่อไป ดังมีเรื่องเล่าย่อๆ ดังต่อไปนี้

ภาพจากเว็บสภานิติบัญญัติแห่งชาติ
  • แหลมปันหยัง
    แหลมปันหยัง มีลักษณะเป็นแหลมยื่นออกสู่ทะเลด้านทิศตะวันออกของเกาะลิบง ในพื้นที่บ้านบาตูปูเต๊ะ หมู่ที่ 4 ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งของศาลที่เรียกกันว่า ศาลาทวด สมัยก่อนมีความเชื่อกันว่าทวดแหลมปันหยังเป็นงูใหญ่ตัวเสียขาวที่มีอายุหลายร้อยปี บางครั้งเคยมีคนเห็นว่าทวดแหลมปันหยังเคยปรากฏตัวเป็นคนชราใส่เสื้อคลุม(ยูบะ/เสื้อคลุมยาว) สีขาวและมีเครายาว ในสมัยก่อนแหลมปันหยังเป็นเสมือนที่พึ่งทางจิตใจของชาวเล มักถูกใช้เป็นสถานที่บนบานศาลกล่าวขอให้โชคดีในการออกเรือเพื่อหาสัตว์น้ำในทะเล และเป็นที่พึ่งขอพรสะเดาะเคราะห์ของชาวเลเพื่อให้หายจากโรคร้าย  เรียกกันว่า พิธีฟาดฟี หรือฟาดเคราะห์  โรคดีเอาไว้ โรคร้ายออกไป ตรงจุดบริเวณปลายแหลมตรงปากร่องน้ำ ชาวเลที่มีความเชื่อก็มักจะไปแก้บนด้วยการจุดประทัด และไปบนบานเพื่อให้ได้ปลาเยอะๆ เดินทางไปกลับปลอดภัย ฯลฯ

    แหลมปันหยังจึงเป็นสถานที่สัญญาบูชาทวดตามความเชื่อของชาวเลสมัยก่อน บางครั้งมีการนำไก่ย่าง ข้าว ฯลฯ ไปวางไว้ที่ศาลาทวด เพื่อเป็นการตอบแทน ในปัจจุบันพิธีกรรมตามความเชื่อของชาวเลในลักษณะนี้ได้สูญหายไปแล้ว เพราะเป็นความเชื่อที่ไม่มีเหตุผล ชาวเลรุ่นใหม่ๆก็ไม่ได้ยึดติดกับความเชื่อโบราณ พิธีเหล่านี้ได้สูญหายไปพร้อมกับความเจริญทางสังคมและปัญญาของยุคสมัยใหม่ รวมทั้งความเชื่อเรื่องการบนบานศาลกล่าวนั้นขัดแย้งกับความเชื่อในหลักการยึดมั่นของศาสนาอีกประการหนึ่งด้วย
  • สะพานช้าง
    ท่าเรือเกาะลิบง เป็นท่าเรือค้าขาย เป็นท่าเรือรบ สมัยพระยาลิบง พ.ศ.2331 กล่าวกันว่าสยามมีการค้าขายกับต่างประเทศ และสินค้าที่ค้าขายส่งต่อกันที่เกาะลิบงก็คือ ช้าง และแร่ดีบุก โดยมีการค้าขายกันที่ปากน้ำเมืองตรัง และท่าเรือลิบงจึงเป็นที่รับส่งช้างซึ่งเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า สะพานช้าง นอกจากนี้ยังมีคลองช้าง ซึ่งเป็นที่ตื้นในช่วงน้ำลดซึ่งสามารถนำช้างเดินผ่านจากแผ่นดินไหญ่ไปยังเกาะลิบงได้ คลองช้างตั้งอยู่ชายฝั่งด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะลิบงซึ่งสามารถมองเห็นท่าเรือเจ้าไหมและหาดมดตะนอยได้
  • ด่านภาษี
    แหลมจูโหย เป็นที่ตั้งของสำนักงานป่าไม้หรือเขตห้ามล่าในปัจจุบัน ในอดีตนั้นเคยเป็นด่านเก็บภาษีและเป็นที่พักเรือหลบลมพายุของนักเดินทาง และเป็นที่พักรอให้กระแสน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นก่อนออกเดินทาง

    ราว พ.ศ.2445 ซึ่งตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5 ได้เคยมีบันทึกของสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติติวงศ์ ซึ่งเคยไปตรวจราชการแหลมมลายู ร.ศ.121 มีบันทึกไว้ว่า
  • เกาะลิบงนั้น แขกเรียก ปูลูตะลิบอง แปลว่า เกาะไม้เหลาชะโอน เดิมว่า เป็นรายาเมืองแขก ว่ารอยคู และรากอิฐยังมีปรากฏ แลว่าเขาขุดได้ถ้วยชามมากในเมืองเก่านั้น
บ่าย 5.50 ถึงหน้าโรงภาษี ชายเกาะลิบงด้านใน ทอดสมอแล้วขึ้นไปดูบนโรงภาษีหาที่นอนเวลา 2 ทุ่ม ลงไปกินข้าวในเรือรบ กินแล้วกลับมานอนบนโรงภาษี

หลักฐานเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เกาะลิบง ยังปรากฏอยู่ในบริเวณ หมู่ที่ 1 ของตำบลเกาะลิบง เป็นซากกำแพงเมืองเก่าซึ่งมีลักษณะเป็นทอไม้เคี่ยม บริเวณปากคลองบ้านพร้าว สุสานพระยาลิบงและควนสระที่บ้านโคกสะท้อน
 ตำนานและเรื่องเล่าเกาะลิบงในอดีตยังมีอีกมากมาย กำลังทยอยเขียนครับ

เล่าเรื่องเที่ยวรอบเกาะลิบง

Libong Stories

เกาะลิบงเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดตรัง ปัจจุบันได้แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 4 หมู่บ้าน  จากแต่เดิมมีแค่หมู่บ้านโคกสะท้อน หรือบ้านพร้าว ปัจจุบันมีหมู่บ้านบาตูปูเต๊ะ บ้านหลังเขา และบ้านหาดทรายแก้วเพิ่มเข้ามา เนื่องจากมีประชากรเพิ่มขึ้นทั้งจากการขยายตัวของประชากรภายในเกาะและการอพยพเข้าไปอยู่อาศัยของคนต่างถิ่นเพิ่มมากขึ้น

เกาะลิบงมีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย จากสภาพพื้นที่ วิถีชีวิต และความเป็นชุมชนที่ขยายตัวมาจากเชื้อสายมลายู แขกชาวเล และมลายูชวา ซึ่งแต่เดิมประชากรส่วนใหญ่ในเกาะจะสืบเชื้อสายมาจากชาวมลายูเคดาร์ และชาวมลายูชวาจากอินโดนีเซีย จากที่เคยเป็นเมืองเก่าปกครองตนเอง เคยมีวิถีชีวิตแบบชาวเลที่มีชื่อเสียงเรื่องการต่อเรือ การเดินเรือ ถึงปัจจุบันเรื่องราวในอดีตของชุมชนแห่งนี้ก็ยังคงมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นไม่ขาดสาย เกาะลิบงจึงเป็นแหล่งประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ซึ่งเรายังคงสืบค้นและเรียนรู้ถึงความสำคัญของอดีตบนการเปลี่ยนแปลงแห่งยุคใหม่ที่สับสนนี้ต่อไป ดังมีเรื่องเล่าย่อๆ ดังต่อไปนี้


  • คลองเคียน
    ตามตำนาน ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ด้านทิศตะวันออกของเกาะ คลองสายนี้เคยเป็นสถานที่ที่ใช้ในการลอยเรือ ตะเลาะบาลอ ซึ่งเป็นประเพณีการลอยเรือของชาวเล (เช่นเดียวกับชาวอุรุกลาโว้ยในเกาะภูเก็ต) เชื่อกันว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ ขับไล่สิ่งชั่วร้าย ความอัปมงคลออกไปจากชุมชน ชาวเลจะใช้ไม้นุ่น ไม้ระกำมาต่อเป็นเรือลำเล็ก ภายในตกแต่งด้วยใบเรือ กรรเชียงเรือ ซึ่งจะทำให้คล้ายกับรูปเรือจริงๆที่สามารถลอยมันออกไปยังทะเลที่กว้างใหญ่ได้ ประเพณีการลอยเรือนี้จะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง ในช่วงเดือนขึ้น 13 ค่ำ และเดือนแรม 1 ค่ำ ในช่วงเดือน 6 และเดือน 11 โดยจะมีการร้องเพลง เต้นรำฉลองกันต่อเนื่อง 3 วัน 3 คืน

    ในพิธีลอยเรือ ชาวเลจะตัดเล็บ ตัดผม และชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกายใส่ลงไปในเรือ และมีเครื่องเส้นไหว้ต่างๆเช่น ข้าวสาร เกลือ ขนมแดง ขนมขาว เคย(กะปิ) และผลไม้นานาชนิดที่หามาได้สักจำนวนหนึ่ง คนทำพิธีในสมัยนั้นได้แก่ โต๊ะสมัน สารสิทธิ์และนายเพ็ญ เจ๊หลง จะเป็นคนเชิญพิธี บอกกล่าวให้สิ่งไม่ดีต่างๆที่มีอยู่ในหมู่บ้านให้ลอยหายไปกับเรือ โดยมีนายเหม จิเหลา เป็นคนกล่าวขอพร ในการส่งเรือลอยลงไปในคลองเพื่อให้ลอยออกไปทะเลนั้น จะห้ามคนที่อยู่บนฝั่งหันไปดูเรือ เพราะเชื่อว่าถ้ามีคนหันไปดูเรือขณะที่มันถูกส่งลงทะเลนั้น จะทำให้โรคร้ายและสิ่งไม่ดียังคงหลงเหลืออยู่ในหมู่บ้านต่อไป (ปัจจุบันชาวเกาะลิบงยกเลิกพิธีลอยเรือแล้ว)


ภาพ:ขอบคุณภาพจากเว็บไซต์สำนักงานสร้างเสริมสุขภาพ(สสส)
ทีมาของเรื่องเล่า:เอกสารวิจัยชุมชนสืบสานตำนานตะลิบง เมษายน 2547

19/4/61

ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าที่หาดปากเมง

ชมอาทิตย์ตกดิน,หาดปากเมง
หลายคนเคยเดินทางท่องเที่ยวและพักผ่อนในจังหวัดตรัง หาดปากเมงเป็นชายหาดที่ได้รับความนิยมมากทั้งคนตรังและนักเที่ยวจากต่างจังหวัด แม้แต่ชาวต่างชาติยังรู้จักหาดปากเมงเป็นอย่างดี แม้ว่าหลายคนอาจจะเปรยขึ้นมาว่าเคยไปแล้วแต่เชื่อหรือไม่ว่า สถานที่เดียวกันแค่เวลาต่างกันก็ทำให้เรามีความรู้สึกแตกต่างกันได้ ยามเย็นช่วงใกล้ค่ำประมาณเวลา 18:30 น. จะเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจะหาจุดชมวิวสวยๆเพื่อพักผ่อนจิตใจ หากในจังหวัดภูเก็ตก็จะเป็นแหลมพรหมเทพ ส่วนที่จังหวัดตรังคุณจะได้มุมมองที่แตกต่างกันออกไป นั่นคือ คุณจะเห็นพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าลงที่หมู่เกาะลันตา ซึ่งที่ชายหาดปากเมงนี่เองที่คุณจะมองเห็นเกาะต่างๆในมุมมองที่กว้างกว่า เช่น เกาะลันตา เกาะกระดาน เกาะมุก เป็นต้น อีกทั้งยังมีเกาะเมงและเกาะผี ด้านหน้าหาดปากเมงช่วยมาเติมสีสรรให้พระอาทิตย์ตกมีความสวยงาม แปลกตามากขึ้น


แม้คุณจะไม่ได้ขึ้นไปยืนบนที่สูง คุณก็ยังชมความสวยงามของพระอาทิตย์ลับของฟ้าในมุมมองชายทะเลได้อีกหลายที่ในจังหวัดตรังแห่งนี้ ส่วนบทความนี้จะแนะนำที่หาดปากเมง ซึ่งเดินทางไป-กลับได้สะดวกมากที่สุด

ปากเมง

ชมวิวกับที่รัก

พาครอบครัวเที่ยวตรัง

ตรัง,เมื่ออาทิตย์ลับฟ้า

จากปากเมงถึงลันตา

การเดินทาง

หาดปากเมง ตั้งอยู่ที่ตำบลไม้ฝาด อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง สามารถเดินทางจากตัวเมืองตรังไปหาดปากเมง ใช้เส้นทางหลัก 2 เส้นทาง ถนนหมายเลข 4046(ถนนตรัง-กระบี่)ต่อไปยังถนนหมายเลข 4162(ตรัง-สิเกา) และจากตัวเมืองตรังไปยังอำเภอกันตังใช้ทางหมายเลข 403 ข้ามแม่น้ำตรังไปยังฝั่งอันดามัน ต่อไปยังทางหลวงชนบทหมายเลข 4008(โคกยาง-บางสัก) มีเกาะเมงตั้งอยู่ตรงข้ามหาดปากเมง เป็นจุดดำน้ำ(Scuba diving)และจุดลอยลำเรือตกปลา ไม่มีค่าเข้าอุทยาน มีร้านอาหาร ร้านขายของชำท้องถิ่นมากมายใกล้ชายหาด มีที่นั่งพักใกล้กับรูปปั้นพะยูน คลื่นแรง น้ำทะเลไม่ใสมาก เป็นพื้นที่เปิดและเป็นทางผ่านไปยังจังหวัดกระบี่จึงสามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ตลอด 24 ชั่วโมง เดินทางสะดวกและผ่อนคลายกับธรรมชาติสองข้างทาง มีงานประจำปีของหาดปากเมงได้แก่ เทศกาลแข่งขันเก็บหอยตะเภา (หอยตะเภาพบได้ที่พื้นที่อำเภอสิเกา จังหวัดตรังเท่านั้น) และการแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน รวมทั้งการแสดงของนักเรียน การแสดงสินค้า พบปะกับดารา นักร้องที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย และกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายซึ่งจะจัดให้มีขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนของทุกปี...* สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง เช่น หาดราชมงคล พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ มีท่าเรือเพื่อเดินทางไปเที่ยวยังเกาะต่างๆ

แผนที่


30/3/61

สะตอ,ลูกตอ

ตรัง
โบ้งตอ กว่าจะมาเป็นสะตอ ต้องใช้เวลา

วัฒนธรรมการกินของคนใต้ส่วนใหญ่ ใช้วัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาปรุงอาหาร เช่น ปลา กุ้ง ปลาหมึก จากทะเลสดๆ และรวมถึงเคยกุ้ง(กะปิ) รสชาติอาหารส่วนใหญ่ชอบรสจัดจ้าน เช่น แกงพุงปลา(ไตปลา) แกงส้มดอกแค แกงผัดเผ็ดลูกตอ ฯลฯ แค่พูดถึงแกงอาจทำให้บางคนหิวข้าวขึ้นมาเลยทีเดียว ใจเย็นๆ ผมกำลังจะกล่าวถึงน้ำพริกที่กินคู่กับลูกตอ ขอให้ตั้งใจอ่าน

ตรัง
อาหารจานพิเศษสำหรับนักชิม
เรื่องอาหารการกินต้องยกให้คนตรัง ภาพด้านบนมีสะตอเป็นวัตถุดิบประกอบอาหารอย่างน้อย 1 ถ้วย ช่วยเพิ่มความอยากอาหารให้เพิ่มข้าวอีก 1 จาน จึงจะเติมเต็มมื้อนี้ให้อิ่มอร่อยมากขึ้น ต่อไปจะกล่าวถึงสะตอต่อครับ

สะตอ เป็นไม้ยืนต้นในวงตระกูลถั่ว( Fabaceae ) ในทางการแพทย์แผนไทยมักใช้เมล็ดเพื่อช่วยขับลมในลำไส้ แก้ปัสสาวะพิการ ไตพิการ สะตอเมล็ดมีกลิ่นเหม็นฉุน บ้านเราเรียกว่าเหม็นเขียว แต่คนใต้นิยมรับประทาน หลังจากรับประทานแล้วต้องการดับกลิ่นต้องใช้มะเขือเปราะกินตามสักสองลูก สะตอสุกรสชาติจะหอมหวาน กินคู่กับน้ำพริกจะได้รสชาติที่ออเจ้าทั้งหลายจะชื่นชอบ ลองหารับประทานกันนะครับ มาเที่ยวตรัง อย่าลืมแวะกินอาหารกับลูกสะตอ

ตรัง
สะตอจากต้น
อาหารปักษ์ไต้,สะตอ
ผักเมืองใต้
ตั้งแตชุมพร ระนอง สุราษฎร์ นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ พังงา สตูล ภูเก็ตและสามจังหวัดชายแดนใต้ สะตอคือ อาหารยอดนิยม สมัยก่อนผมนั่งรถไฟไปเรียนกรุงเทพ สะตอจะอยู่ในลังเสมอ

ขอบคุณคลิปจาก Youtube ของวงแฮมเมอร์
เรียบเรียงโดย คล้อย ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

สถานีรัก

กันตัง,ตรัง

สถานีรัก หรือสถานีรถไฟสุดทางอันดามัน ถือว่าเป็นสถานีรถไฟสายประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของไทย ซึ่งให้บริการขนส่งมวลชนและสินค้ามาเป็นเวลานาน เปิดใช้อย่างเป็นทางการเมือ พ.ศ.2456 ซึ่งขบวนรถไฟสายนี้วิ่งไปสุดทางที่ท่าเรือกันตังในอดีต ต่อมาได้ตัดเส้นทางท่าเรือออกไปจนถึงปัจจุบัน การเดินทางของชาวกันตังไปกรุงเทพฯสมัยก่อนนิยมใช้รถไฟเป็นพาหนะในการเดินทาง ส่วนสถานีรักนั้นได้ถูกตกแต่งสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ นั่งกินอาหาร เครื่องดื่มเย็นๆก่อนขึ้นรถไฟ มีห้องสมุดไว้บริการสำหรับนักอ่านและนักค้นคว้า ปัจจุบันกำลังปรับแต่งสถานที่ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ คาดว่าจะเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่น่าสนใจทั้งประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยว หากไปเที่ยวตรังอย่าลืมแวะถ่ายรูปที่สถานีรถไฟกันตัง

ตรัง
ขอบคุณภาพจาก th.wikipedia.org/wiki/สถานีรถไฟกันตัง

ตัวอาคารของสถานีเป็นไม้ชั้นเดียว สีเหลืองมัสตาร์ด และแบ่งตัวอาคารออกเป็นสองส่วนเป็นสำนักงานเจ้าหน้าที่การรถไฟและที่พักผู้โดยสาร ซึ่งรูปแบบตัวอาคารนี้เป็นเอกลักษณ์ที่มีใช้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันสถานีรถไฟกันตังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร



เที่ยวตรัง

ตารางเดินรถ วันละ 2 ขบวน
ขบวนรถ ร167 ออกจากกรุงเทพ เวลา 18.20 น. ถึงปลายทางสถานีกันตัง 11.05 น.
ขบวนรถ ร168 ออกจากกันตังเวลา 12.40 น. ถึงปลายทางกรุงเทพ เวลา 05.15
ประเภทความสะดวก ชั้น 3


ที่ตั้งและการเดินทาง
ถนนหน้าค่าย ตำบลกันตัง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง 92110(ใกล้ไปรษณีย์กันตัง)

17/3/61

ท่องเที่ยวสีเขียว


เมื่อร่างกายและจิตใจอ่อนล้า จงเดินเข้าป่า วลีที่กล่าวมากำลังฮิตติดปากใครหลายคนในเวลานี้ แต่เมื่อมาลองคิดดูมันก็เป็นความจริงที่ว่า ความสงบ ความร่มรื่น และพื้นที่สีเขียวนั้นจะช่วยให้มนุษย์รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขเมื่อได้มองและสัมผัส พื้นที่สีเขียวและสัตว์ป่าจึงเป็นอาหารตาและมีคุณค่าทางจิตใจ ที่จังหวัดตรังก็มีพื้นที่สีเขียวมากพอให้คุณเข้ามาเยี่ยมชมและพักผ่อนหย่อนใจ โดยไม่จำเป็นต้องออกไปล่าเสือดำ เพราะแค่เห็นสัตว์ป่ามีชีวิตอยู่เบื้องหน้าก็มีความสุขแล้วสำหรับคนที่รู้จักพอเพียง 


 ภาพเหล่านี้เป็นแค่ส่วนเล็กๆที่พบเห็นได้ด้วยตาเปล่าในช่วงการเดินศึกษาธรรมชาติใกล้ๆกับอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมและอุทยานบ่อน้ำร้อน ในอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง แต่ความจริงแล้วพื้นที่ต่างๆในเขตจังหวัดตรังยังมีเรื่องน่าตื่นเต้น และมีพรรณไม้รวมทั้งสัตว์หายากหลายชนิดให้คุณเข้ามาสัมผัส เช่นเทือกเขาบรรทัด ถ้ำเลเขากอบ อุทยานถ้ำผึ้ง บ่อนำร้อน หยงหลิง และเกาะกระดาน เป็นต้น



พื้นที่สีเขียวในจังหวัดตรัง เหล่านี้เป็นเขตโอโซนและมีสถานที่ให้เดินทางมาพักผ่อนอีกมากมาย ซึ่งจะกล่าวในครั้งต่อไป ทะเลและป่าเขายังรอให้นักเดินทางไปผ่อนคลาย แต่ห้ามทำลายสัตว์ป่าและพืชพรรณนะครับ เที่ยวเชิงอนุรักษ์คือเข้าไปแล้วต้องรักษาสภาพแวดล้อมและมีศีลธรรมด้วย ขอบคุณครับ

16/3/61

อนุสาวรีย์พระยารัษฎา

เที่ยวใต้,เที่ยวตรัง
พระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯและประติมากรรมจำลอง

ประวัติศาสตร์ตรังในช่วง พ.ศ.2444-2456 เป็นยุคการปกครองของพระยารัษฎานุประดิษฐ์ หรือ คอซิมบี้ ณ ระนอง อนุสาวรีย์ของท่านตั้งอยู่ที่เขตเทศบาลนครตรัง ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เส้นทางตรัง-พัทลุง และอนุสรณ์สถานอีกที่หนึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอกันตัง ด้านหลังสำนักงานเทศบาลเมืองกันตัง พระยารัษฎาเป็นนักปกครองและนักพัฒนาจังหวัดตรังให้เจริญรุ่งเรืองด้านการเกษตร คมนาคม การศึกษา ตัวอย่างที่โดดเด่นได้แก่ การส่งเสริมอาชีพทำสวนยาง ซึ่งเป็นอาชีพที่นิยมทำกันอย่างแพร่หลายในหมู่ชาวตรังและชาวใต้ส่วนใหญ่ หากคุณมาเที่ยวตรัง อย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมได้ที่ ทับเที่ยง และกันตัง เพราะนอกจากจะทำให้รู้จักเมืองตรังมากขึ้นและยังมีโอกาศได้เห็นของใช้สมัยก่อนซึ่งหาดูยากในปัจจุบันอีกด้วย

แผนที่